top of page
ค้นหา

Replacement substance of R-141b

อัปเดตเมื่อ 29 ก.พ.

         ระบบทำความเย็นเป็นระบบหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ ทางการแพทย์และอาหาร เช่น Freezer-dryer ทางด้านอุตสาหกรรม เช่น Chiller และ Heat-pump เป็นต้น โดยระบบเหล่านี้จะมีการบรรจุสารทำความเย็นเข้าไปภายในระบบเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนความร้อนกับอากาศเพื่อทำให้อากาศเย็นลงหรือเป็นการผลิตความร้อน ดังรูปที่ 1


โดยแอร์นั้นจะมีตัวคอยด์ที่เชื่อมต่อกับคอมเพรสเซอร์ (Compressor) ซึ่งน้ำยาแอร์จะไหลผ่านและแลกเปลี่ยนความร้อนกันภายในระบบ คอยด์จะแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ คอยด์ร้อน (Condenser) และคอยด์เย็น (Evaporation) [1]

  • คอยด์เย็นจะอยู่ขั้นทำให้สารกลายเป็นไอ คือ Evaporation โดยจะแลกเปลี่ยนความร้อนกับอากาศภายในห้องทำให้อากาศเย็นขึ้น โดยสารทำความเย็นเหล่านี้จะดูดซับความร้อนเอาไว้และกายเป็นไอในที่สุด หลังจากนั้น Compressor จะเป็นตัวอัดไอที่เกิดจากการระเหยในขั้น Evaporation และส่งต่อไปยัง Condenser

  • คอยด์ร้อนจะอยู่ขั้นทำให้สารกลายเป็นของเหลว คือ Condenser โดยจะนำไอที่โดนอัดจากขั้น Compressor ทำการคายความร้อนผ่านตัวคอยด์ออกมา และควบแน่นให้กลายเป็นของเหลว เพื่อนำไปขยายตัวในขั้น Expansion ต่อไป

การทำให้แอร์หรือระบบหล่อเย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพส่วนหนึ่งมาจากการเลือกสารทำความเย็นให้เหมาะสม เช่น อุณหภูมิต่ำ ไม่ระเบิด ไม่ติดไฟ ไม่กัดกร่อน ไม่ทำพิษ ไม่มีความดันที่สูงมากเกินไป ไม่ทำปฏกิริยากับน้ำมันในคอมเพรสเซอร์ รวมถึงการติดตั้งระบบให้เหมาะสมไม่ให้เกิดการรั่วไหลของสารทำความเย็น และอีกแนวทางหนึ่งที่ทำให้ระบบทำความเย็นมีประสิทธิภาพคือการล้างทำความสะอาดท่อหรือระบบเดินสารเคมีให้สะอาดไม่ให้เหลือสิ่งตกค้างหรือสิ่งปนเปื้อน ประเภทของน้ำยาแอร์ที่ใช้มี 2 แบบ ดังนี้

 

1.น้ำยาล้างคอยล์

         จะเป็นน้ำยาที่สามารถช่วยขจัดคราบไขมันได้เป็นอย่างดีถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งสกปรกและฝุ่น สามารถทำความสะอาดได้ดีแม้อยู่ตามซอกภายในแผงคอยด์ อย่างไรก็ตามน้ำยาล้างคอยล์ประกอบไปด้วยสารกัดกร่อน ทำให้หากใช้บ่อย ๆ จะทำให้กัดกร่อนส่วนต่าง ๆ ของคอยล์เย็น และโลหะต่าง ๆ ส่วนมากจึงถูกใช้งานโดยช่างแอร์ผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก

2. น้ำยาล้างแอร์ชนิดโฟมทำความสะอาด

เป็นน้ำยาแอร์ที่เราสามารถใช้งานเองได้โดยไม่ต้องจ้างช่างมาทำ สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป เพียงฉีดน้ำยาโฟมไปบนแผงคอยด์ เมื่อเทียบกับการให้ช่างล้างให้ วิธีนี้การทำความสะอาดอาจจะยังไม่มากพอ เพียงช่วยให้กลิ่นอับจากแอร์หายไปและอากาศสดชื่นเท่านั้น [2]


HCFC-141b หรือไดคลอโรฟลูออโรมีเทน (Dichlorofluoromethane) นิยมกันมากในการล้างทำความสะอาดระบบทำความเย็น และใช้ในการขจัดคราบไขมันได้เป็นอย่างดี เป็นสารทำความแย็นที่นำมาใช้ทดแทน R-11 ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่ดีโดยมีคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีที่ใกล้เคียงกับ R-11 แต่ด้วยศักยภาพการทำลายชั้นโอโซนรวมถึงไดคลอโรฟลูออโรมีเทนเป็นสารประเภทไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน จึงทำให้มีการจัดประเภทนี้อยู่ในสารทำลายชั้นโอโซนกลุ่มที่ 2 ที่ลงความเห็นโดยมอนทีออล (Montreal) [3] จึงมีประกาศยกเลิกการใช้ในประเทศไทยแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมโฟม และได้มีการผลักดันให้หันมาใช้สารทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ได้แก่ ไฮโดรฟลูออโรอีเทอร์ (Hydrofluoro ethers, HFEs) และไฮโดรฟลูออโรโอเลฟิน (Hydrofluoro olefins, HFOs)


Inventec Neo B2 เป็นสารทดแทน HCFC-141b ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดจากการใช้ HFO เข้ามาผสมในผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถปรับปรุงการไม่ติดไฟ นอกจากนี้ด้วยคุณสมบัติที่เหมือนกันกับ HCFC-141b จึงทำให้สามารถใช้ทดแทนกันได้ในกระบวนการผลิตโฟมและการหล่อเย็น รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเมื่อดูจากค่า LC50 ค่าความเข้มข้นสูงสุดที่สามารถหายใจเข้าไปได้ถึง 120000 ppm ภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมง ที่มีค่ามากกว่า HCFC-141b รวมถึง GWP และ ODP ที่ต่ำกว่ากว่าอีกด้วย หากค่านี้มีค่าน้อยก็จะทำให้ส่งผลต่อการทำให้โลกร้อนและการทำลายชั้นโอโซนน้อยลงตามลำดับ ดังตารางที่ 1


ตารางที่ 1 คุณสมบัติระหว่าง HCFC-141b และ Inventec Neo B2 [4, 5]



Organic Wealth (Thailand) Co ., Ltd.

Tel/Fax : +66 (0) 2-183-8709

Line ID : @owt123

 

อ้างอิง

 

 

 

 

ดู 39 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Opmerkingen


bottom of page